รีวิวตัดแว่นติดโต๊ะ แก้ปัญหาโปรเกรสซีฟใส่มองคอมพิวเตอร์หาโฟกัสยาก

หลายๆท่านที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป มักมีปัญหาสายตาที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเลนส์แรกที่มักจะเลือกตัดกันก็คือ เลนส์โปรเกรสซีฟ เนื่องจากเป็นเลนส์ที่มองได้ทุกระยะ สามารถใส่ติดตาใช้ได้หลายกิจกรรม แต่สำหรับบางท่านที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจต้องมีแว่นอีกคู่ที่ใช้เป็นเลนส์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มความสบายตาในการมองค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลยค่ะ

ความต้องการของคุณลูกค้า

คุณ พิมลพรรณ อายุ 52 อาชีพ ทำอาชีพพนักงานธนาคาร มีอาการแว่นโปรเกรสซีฟใส่มองคอมพิวเตอร์หาโฟกัสยาก มองแล้วไม่สบายตา ถอดแว่นมองคอมพิวเตอร์แล้วสบายตากว่า แต่ถ้าเผลอใช้ตาเปล่ามองไกลก็จะไม่ชัด มองมือถือใกล้ๆถ้าตัวหนังสือเล็กก็ไม่ค่อยชัด

พฤติกรรมการใช้สายตา

คุณลูกค้าเน้นใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นหลักในการทำงานทั้งวัน ขับรถเอง แต่เวลาอยู่บ้านไม่ค่อยชอบใส่แว่นติดตาไปมาตลอดวัน

ค่าสายตา

หลังจากสอบถามประวัติการใช้งานสายตา และหมอวิเคราะห์แล้วว่าการใช้งานของคุณลูกค้าเหมาะสมกับเลนส์ชนิดโปรเกรสซีฟ หมอจึงให้คุณลูกค้าวัดสายตาอย่างละเอียด โดยใช้เครื่อง Auto Refractor และ Digita Phoropter ซึ่งได้ค่าดังต่อไปนี้

ค่าสายตาแว่นเดิม

ข้างขวา  :  -1.25-0.50X50

ข้างซ้าย :  -1.50-0.50X155

ค่า Add : +2.25

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

คุณลูกค้ามีค่าสายตาสั้นร่วมกับค่าสายตาเอียงจึงทำให้มองระยะไกลไม่ชัด ร่วมกับมีปัญหาค่าสายตายาวตามวัยที่ส่งผลให้มองระยะใกล้ไม่ชัด นั่นทำให้ไม่ว่าจะมองที่ระยะไหนก็จะเบลอไปหมด ส่งผลให้ชนิดเลนส์ที่เหมาะสมกับค่าสายตามีอยู่ 2 ชนิด คือ เลนส์โปรเกรสซีฟ กับ เลนส์เฉพาะทาง

จุดประสงค์ของการใช้งานเลนส์ต่างกัน

เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป กำลังในการเพ่งมอง (Accommodation) การปรับโฟกัสในระยะใกล้ของดวงตาจะค่อยๆเสื่อม ทำให้ต้องชดเชยกำลังการเพ่งด้วยเลนส์บวก(ค่าสายตายาว)ในแต่ละระยะ เป็นผลให้ไม่สามารถใส่เป็นเลนส์ชั้นเดียวได้เหมือนสมัยยังอายุน้อยๆ 

โดยเลนส์ที่คนส่วนมากจะนึกถึงอันดับแรกคือเลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะเข้าใจว่ามองได้ทุกระยะ และเหมาะกับคนที่มีปัญหาสายตายาวตามวัย  แต่ความจริงแล้วเลนส์ทุกประเภทมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ผู้สวมใส่ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ข้อจำกัดของเลนส์โปรเกรสซีฟ

เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเลนส์เอนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาให้มองได้ทุกระยะ ไกล กลาง และใกล้ แต่เนื่องด้วยโครงสร้างที่ไล่ระดับค่าสายตาจึงทำให้เกิดเป็นภาพบิดเบือนด้านข้างที่ไม่สามารถใช้มองได้ และบริเวณที่ถูกรบกวนโดยภาพบิดเบือนด้านข้างมากที่สุดคือระยะกลาง (ระยะมองคอมพิวเตอร์) จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนที่เน้นทำงานหน้าจอคอมฯจึงรู้สึกว่าต้องหันศีรษะเยอะ มุมมองไม่ค่อยกว้าง บริเวณที่ชัดมีอยู่น้อย และต้องอาศัยการเชิดหน้า

เลนส์เฉพาะทางตอบโจทย์กับคุณพิมลพรรณมากกว่า

ด้วยปัญหาของเลนส์โปรเกรสซีฟที่ทำให้คุณลูกค้าตัดสินใจมาตัดแว่นคู่ใหม่กับ Mattaya Vision Center หมอจึงแนะนำให้ตัดเป็น เลนส์เฉพาะทางจะตอบโจทย์กับการใข้งานมากกว่า

เนื่องจากตัว เลนส์เฉพาะทางหรือ Office lensได้ถูกพัฒนาใหม่ให้ตอบโจทย์กับคนที่เน้นทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค มือถือ โดยเลนส์ประเภทนี้โครงสร้างคล้ายเลนส์โปรเกรสซีฟที่มีการไล่ค่าสายตา แต่จะเหลือแค่ระยะใกล้และระยะกลางเท่านนั้น เมื่อไล่ค่าสายตาน้อยลงบริเวณระยะกลางและใกล้จึงกว้างขึ้น ทำให้หาโฟกัสได้ง่าย มุมมองกว้างช่วยลดการหันศีรษะและไม่ต้องเชิดหน้าเท่าโปรเกรสซีพ

แต่ข้อจำกัดของเลนส์ประเภทนี้คือ ใส่มองไกลไม่ได้ ไม่สามารถใส่เดินออกไปข้างนอกหรือขับรถได้ เพราะฉะนั้นเลนส์ประเภทนี้จึงเน้นใส่ที่โต๊ะทำงาน ใส่ประชุมในห้องเล็กๆ 

เลือกชนิดเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจะทำให้ใช้งานสบายตา

หากต้องการเลนส์ all in 1 ไม่อยากสลับแว่นไปมา เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็จริงค่ะ แต่หากคุณลูกค้าต้องการเน้นใส่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค มือถือ งานเอกสาร หมอขอแนะนำว่าเลนส์เฉพาะทางจะตอบโจทย์มากกว่า

บางคนอาจจะคิดว่าหากเลือกโปรเกรสซีฟรุ่นที่แพงๆ ตัวท็อปๆ จะทำให้ระยะกลางกว้างขึ้น คำตอบคือใช่ หากไปเทียบกับเลนส์โปรเกรสซีฟเหมือนกัน แต่ถ้าหากนำเลนส์โปรเกรสซีฟไปเทียบกับเลนส์เฉพาะทางที่มีเทคโนโลยีสูงๆ เลนส์เฉพาะทางจะใช้งานได้สะดวกและสบายตากว่า เพราะจุดประสงค์ของประเภทเลนส์แตกต่างกันนั่นเองค่ะ

สรุป

MATTAYA VISION CENTER ทั้งสองสาขามีนักทัศนมาตรคอยให้คำปรึกษาเพื่อค้นหา ชนิดของเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณลูกค้ามากที่สุด และเรายังมีเลนส์ทดลองทุกรุ่นทุกยี่ห้อให้ลองก่อนตัดจริง สามารถปรึกษานักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลยค่ะ

มัทยาคลินิก

หากลูกค้าสนใจตัดแว่นสายตาเฉพาะบุคคล สามารถเข้ามาตรวจวัดสายตา และปรึกษาการใช้งานได้ที่ Mattaya Vision Center ทั้ง 2 สาขาได้เลยค่ะ