ตัดแว่นตาแก้ปัญหาสายตายาวตามอายุ สำหรับคนทำเลสิคแบบ Monovision

สำหรับทุกท่านที่ทำเลสิคแบบ Monovision ที่ใช้ตาข้างหนึ่งไว้สำหรับมองไกล และตาอีกข้างไว้สำหรับมองใกล้ อาจจะเจอปัญหามองไม่ชัด ภาพฟุ้ง ภาพซ้อน ยิ่งอายุมากขึ้นภาพยิ่งไม่คม การกลับมาใส่แว่นสายตา อาจทำให้กลับมามองเห็นชัดทุกระยะอีกครั้ง หากใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่ขอเชิญอ่านบทความนี้ได้เลยค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลยค่ะ

ปัญหาที่พบเจอ

คุณ กฤติกา ชัชวาลย์ ปัจจุบันอายุ 54 ปี เดิมก่อนหน้านี้ คุณกฤติกา ใช้แว่นสายตาที่เป็นเลนส์ชั้นเดียว (Single Lens) มาโดยตลอด เพราะคุณลูกค้ามีปัญหาสายตาสั้นและเอียง มาตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งสายตาทั้ง 2 ข้างของคุณลูกค้า มีความแตกต่างกันค่อนข้างสูง ทำให้ต้องใส่แว่นสายตามาโดยตลอด

อ่านบทความเพิ่มเติม : สายตายาวคืออะไร?

แต่เมื่อคุณลูกค้าอายุมากขึ้น เข้าสู่ช่วงวัย 40 จากเดิมที่มีปัญหาสายตาสั้นและเอียงเป็นทุนเดิม ตอนนี้เริ่มมี ภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ร่วมด้วย จึงตัดสินใจไปทำเลสิคแบบ Monovision โดยตาขวาเป็นตาหลัก (Dominant Eye) ไว้สำหรับมองระยะไกล และตาข้างซ้ายเป็นตารอง ไว้สำหรับมองระยะใกล้ เช่น อ่านหนังสือ ดูมือถือ

จนเวลาผ่านไป 3 ปี หลังทำเลสิค คุณ กฤติกา รู้สึกมองใกล้ชัดน้อย ต้องยืดแขน และไม่ค่อยสบายตาเท่าเมื่อก่อน เลยได้เข้ามาปรึกษากับหมอค่ะ

การทำเลสิคแบบ Monovision

การทำเลสิคในคนกลุ่มคนที่อายุมากกว่า 40 ปีนั้น สามารถเลือกทำได้โดยการใช้วิธีการที่เรียกว่า Monovision ซึ่งจะทำการทดสอบหาตาหลัก และตารอง โดยจะทำการแก้ไขตาหลักให้สามารถมองไกลได้ชัด และตารองอีกข้างจะเอาไว้สำหรับมองใกล้

ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หลังจากทำเลสิค ไม่ต้องใส่แว่นสายตาเลย เพราะสามารถมองชัดได้ทั้งระยะไกลและใกล้ แต่ทุกสิ่งย่อมมีผลข้างเคียง เนื่องจากการทำเลสิคแบบ Monovision ยังมีข้อจำกัดต่างๆมากมาย เช่น เวลามองเห็นชัด จะไม่คมชัดแบบสุดๆ อยู่ในระดับชัดพอมองเห็น อาจมีแสงฟุ้ง ภาพซ้อนเข้ามารบกวน

และเมื่อเวลาผ่านไป 4-5 ปี ดวงตามีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม กำลังเพ่งลดลงไปตามอายุ ทำให้เริ่มรู้สึกว่า มองใกล้ชัดน้อยลง ไม่ชัดเท่ากับหลังทำเลสิคแรกๆ อยากมองชัดต้องเพ่งทำให้ตาล้า จนต้องทำให้ต้องกลับมาใส่แว่นสายตาอีกครั้ง

อ่านบทความ : ทำเลสิกแล้วจำเป็นต้องใส่แว่นสายตาอยู่หรือไม่?

หลังจากที่ซักประวัติเรียบร้อยแล้ว คุณหมอสายตาได้ทำการตรวจวัดสายตาแบบละเอียด โดยใช้เครื่อง Auto-refractor และ Phoropter  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัย ให้ความแม่นยำสูงสุด

หลังจากตรวจวัดสายตาเรียบร้อยพบว่า คุณ กฤติกา มีปัญหาสายตาสั้นและเอียง(Myopic Astigmatism) ที่ระยะไกล ทำให้มองไกลเวลาขับรถไม่ชัดเจน และที่ระยะใกล้พบว่า มี สายตายาวตามวัย (Presbyopia) ทำให้มองใกล้ไม่ชัด โดยมีค่าสายตาดังนี้

ค่าสายตา

ค่าสายตาปัจจุบันที่คุณหมอสายตาวัดได้คือ

ข้างขวา : -9.00-1.75 X 175

ข้างซ้าย : -8.00-1.25 X 35

ADD : +2.00

ทดลองเลนส์สำหรับผู้ที่เคยทำเลสิคแบบ Monovision

ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่วัดสายตาเรียบร้อยแล้ว คือ การทดลองเลนส์ โดยคุณหมอสายตาได้ทำการคำนวณค่าเพื่อชดเชยการมองเห็น สำหรับทำเลนส์แบบ Monovision

ซึ่งได้ทำการตรวจเช็คตาหลัก และตารอง ของคุณลูกค้า เป็นค่าสายตาที่สามารถมองได้ทั้งระยะไกล และใกล้ โดยตาข้างขวาใช้สำหรับมองระยะไกล และตาข้างซ้ายสำหรับมองใกล้

และหมอได้เลือกเป็นเลนส์ชนิดชั้นเดียว (Single lens) แบรนด์ นิคอน (Nikon) รุ่น Nikon Single vision RX. 1.67AS  see coat next pure blue UV  ซึ่งเป็นแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีคุณสมบัติในเรื่องของความใสของเลนส์ และความบาง มีน้ำหนักเบา เนื่องจากคุณ กฤติกา มีค่าสายตาสั้นค่อนข้างเยอะ จึงจำเป็นต้องเลือกเลนส์ย่อบาง เพื่อให้น้ำหนักเบาลง ใส่สบาย และ เคลือบเลนส์ป้องกัน UV และกรองแสงสีฟ้า

กรอบแว่นตาที่เลือกใช้

คุณ กฤติกา ได้เลือกกรอบแว่น ยี่ห้อ วายคอส (Vycoz) ซึ่งเป็นแบรนด์กรอบแว่นตาชั้นนำจากประเทศเกาหลี ที่คุณภาพดี มีความแข็งแรง และน้ำหนักเบา ทำมาจากสแตนเลส และ พลาสติก มีระบบบานพับได้โดยที่ไม่มีน็อตและสกูล ทำให้ทนทานต่อการเสียดสีขณะสวมหรือพับขาแว่นเก็บ และที่สำคัญไม่ทำให้เกิดการหลวมง่ายแม้จะใช้ไปในระยะยาวนานแค่ไหนก็ตาม

สรุป

การตัดแว่นสายตา สำหรับผู้ที่ทำเลสิคแบบ Monovision จำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของนักทัศนมาตร เนื่องจากค่าสายตาของดวงตาทั้งสองข้างของคุณลูกค้า มีความแตกต่างกันมาก จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคแบบเฉพาะในการตัดแว่นสายตา ไม่ใช่การวัดแว่นสายตาแบบทั่วไป

มัทยาคลินิก

MATTAYA Vision Center & BE MY GLASSES  ขอขอบคุณ คุณกฤติกา ที่ไว้วางใจให้ทางเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสายตาของคุณลูกค้านะคะ และหากท่านใดมีความสนใจที่ต้องการตรวจวัดสายตาหรือดูแลสุขภาพตา สามารถจองคิวเข้ามาตรวจวัดสายตากับทางเราได้เลยนะคะ